Compensate 8
ผมจ้องใบหน้าของร่างสูงตรงหน้า แววตาที่แข็งกระด้างกำลังวาวโรจน์
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน
“สำส่อนเหรอ?”
ร่างสูงถามผมแล้วบีบแก้มผมแรงขึ้นอีก ผมเบะหน้าด้วยความเจ็บไปทั้งสันกราม
ยกมือขึ้นจับมือหนานั้นอย่างต้องการให้เขาปล่อย แต่มันก็ไม่เป็นผล
"อื้อ..."
ผมร้องเสียงหลงกลืนเข้าไปในลำคอเมื่อริมฝีปากถูกจู่โจมลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงโดยริมฝีปากหยักของคนตรงหน้า
ร่างสูงบดเบียดริมฝีปากผมอยู่นาน
ดูดดุนริมฝีปากบนและล่างอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือด เขาพยายามสอดแทรกลิ้นร้อนของตัวเองเข้ามาในปากของผมแต่ผมไม่ยอมเม้มปากแน่นอย่างป้องกันตัวให้ถึงที่สุด
มือผมก็ยังไม่ลดละที่จะดันอกกว้างนั้นออก
ทั้งทุบ ทั้งตี แต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
เขารวมมือผมไว้แน่น แล้วรวบมันขึ้นเหนือหัวผมแล้วยึดมันไว้ด้วยมือของเขาแค่ข้างเดียว
ปากหนาก็ยังคงบดจูบอยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย
ผมพยายามดิ้นให้มากเท่าที่แรงมีแต่เหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลอะไรเลยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่อยู่ในตัวผมก็มีมากพอกัน
จึงทำให้ร่างกายมันล้าแรงแทบจะไม่มีขัดขืนเลยด้วยซ้ำไป
ร่างสูงใช้มือที่บีบปลายคางผมอยู่
ลงแรงกดหนักๆ อีกครั้งเผื่อบังคับให้ผมอ้าปาก แล้วมันก็ได้ผลตามที่เขาหวัง เพราะผมเจ็บจากการบีบเข้าที่ร่องแก้ม
ฟันผมกระทบกับกระพุ้งแก้มจนรู้สึกได้ว่าเลือดกำลังซึมออกมา
ปากเจ้ากรรมมันก็เลยเผยอออกตามธรรมชาติ
ร่างสูงได้ทีจึงแทรกลิ้นอุ่นร้อนนั้นเข้ามาภายในโพรงปากของผมได้สำเร็จ
ลิ้นร้อนรุกล้ำเกี่ยวกระหวัดจู่โจมปากผมอย่างรวดเร็ว ไล่ต้อนลิ้นของผมอย่างชำนาญ
ผมพยามห่อลิ้นตัวเองเพื่อหลบแต่มันก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเอาเสียเลย
ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับคนตรงหน้าไปทีละนิด
ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจูบตอบรับสัมผัสของคนตรงหน้า
เรี่ยวแรงกำลังหดหายไปมือผมที่ต่อต้านร่างสูงอยู่ในตอนแรกก็เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ
ผมรู้ดีว่าผมกำลังทำอะไร แต่ร่างกายมันไม่ยอมฟัง
คงจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดที่เล่นงานผมเข้าอย่างจัง
มือหนาค่อยๆ
ปล่อยให้ใบหน้าของผมเป็นอิสระ จากแรงบีบกลายเป็นประคองใบหน้าของผมเอาไว้แทน
แต่ก็ยังคงจูบผมไม่ปล่อย ผมเอียงหน้าให้ได้องศาเพื่อตอบรับจูบจากร่างสูง
ลมหายใจร้อนผ่าวของผมและเขารินรดกันและกัน
แล้วไม่นานผมก็รู้สึกว่าข้อมือผมถูกปล่อยให้เป็นอิสระตามมา
ร่างสูงถอนริมฝีปากออกอ้อยอิ่ง แล้วเลื่อนใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอผม เขาค่อยๆ
ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นแทรกตัวเข้าตรงกลางระหว่างขาผมที่นั่งอยู่บนโซฟา
ปากหนากดจูบหนักๆ ลงไปบนผิวเนื้อซอกคอจนทำให้ผมรู้สึกสยิว
“อ๊ะ!!” ผมครางออกมาเมื่อฟันคมขบเบาๆ
บริเวณผิวต้นคอ ผมเบะหน้าด้วยความเจ็บจี๊ดเล็กน้อย
ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มือของตัวเองกำลังกอบกุมขยุ้มเส้นผมสีดำเงานั้น
ผมรู้แค่อย่างเดียวในตอนนี้คือสติผมเริ่มจะไม่อยู่กับเนื้อตัว
รู้ทุกอย่างว่ากำลังทำอะไร และใครคือคนกระทำแต่ก็ห้ามไม่ได้
“อื้ม!” ร่างสูงค่อยๆ สอดมือหนาของเขาเข้ามาภายในสาบเสื้อยืดสีขาวตัวในของผม ลากไล้นิ้วมือจากหน้าท้องขึ้นมาจนถึงยอดอก
บีบคลึงมันเบาๆ ผมหลุดครางออกมาอีกครั้ง
ปากหยักเลื่อนขึ้นมากดจูบบนเรียวปากผมอีกทีแต่มันไม่ได้รุนแรงเหมือนทีแรก
ร่างสูงค่อยๆ ถอดเสื้อนอกของตัวเขาออก
แล้วหันมาถอดเสื้อตัวนอกของผมออกตามไปแล้วมือหนาก็ค่อยๆ เลิกเสื้อตัวในของผมขึ้นจนพ้นศีรษะแล้วโยนมันทิ้ง
ความหนาวจากเครื่องปรับอากาศปะทะผิวเนื้อผมจนรู้สึกได้
“อ่ะ...อื้ม!”
ผมครางออกมาอีกครั้งเมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นชื้นที่กำลังลากไล้อยู่บนยอดอก
มือหนาค่อยๆ ปลดเข็มขัดผมออกแล้วรูดซิบลงช้าๆ ผมรู้แต่ไม่มีแรงจะขืน ผมก้มลงมองการกระทำของเขาด้วยสายตาที่ปรือปรอย
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นสบตาผมแล้วยิ้มมุมปากให้
ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อของตัวเองออกเผยให้เห็นอกแกร่งและกล้ามเนื้อหน้าท้อง
ผมมองภาพนั้นด้วยสติที่ดูเหมือนจะหลุดลอย ร่างสูงไม่ว่าอะไรมองสบตากับผมแล้วก้มลงลากลิ้นร้อนลงบนหน้าท้องแบนราบ
ผมหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้นอย่างช่วยไม่ได้
มือหนาค่อยๆ
ดึงปลายกางเกงผมออก ผมเบิกตาโพลงกระชับยื้อขอบกางเกงเอาไว้
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่แข็งกระด้างแล้วกระชากกางเกงผมออกอย่างรวดเร็ว
สติผมเริ่มจะกลับมาอีกครั้ง
“มาถึงขนาดนี้แล้วคุณยังจะดื้อกับผมอีกเหรอ”
เขาถาม จ้องตาผมเขม็งมือหนายกขึ้นมาบีบปลายคางผมอีกรอบ
ผมยกมือตัวเองขึ้นจับมือของเขาอีกครั้ง
เรี่ยวแรงที่ดูเหมือนจะหมดไปแล้วในตอนแรกพร้อมกับอารมณ์ความอยากของร่างกายที่มาแทนที่
กลับกลายเป็นผมเริ่มมีสติและคิดที่จะช่วยตัวเองให้หลุดพ้นจากคนตรงหน้าอีกครั้ง
ผมยกขาขึ้นเพื่อจะออกแรงถีบคนตรงหน้าให้ออกห่างจากตัวแต่มันก็พลาดท่า
ทำให้ร่างสูงสามารถแทรกตัวเข้ามาระหว่างขาผมได้อีกครั้ง
มือหนารวบมือผมเอาไว้ด้านหลังดันตัวผมให้ทับมือของตัวผมเอง รู้สึกปวดไปทั้งแขน
“ยะ...อย่านะ
ขอร้อง” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เมื่อเห็นคนตรงหน้ากำลังปลดเข็มขัดกางเกงของเขาเอง
สายตาคมจับจ้องผมแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมเบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่นไม่มอง
“อ่ะ! ปล่อยฉัน” ผมร้องเสียงหลงเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกยกขึ้นจนลอยจากโซฟา
มือผมกอดคอร่างสูงไว้กันตัวเองตกโดยอัตโนมัติ
“เงียบๆ
น่า” เขาว่าแต่ไม่ยอมมองหน้าผม เดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องนอนแล้วเปิดประตูออก
ทุ่มผมลงบนที่นอน ร่างสูงตามลงมาคร่อมร่างผมไว้ติดๆ
“หึหึ”
เขาหัวเราะร้ายใส่ผม จับยึดข้อมือผมไว้แน่น แล้วจัดการซุกไซ้ซอกคอ
โลมเลียไปทั่วตัวผมอีกครั้ง สติผมเริ่มหลุด ดวงตาพร่ามัวไปหมด รู้สึกเสียววาบที่ท้องน้อยเมื่อลิ้นร้อนไล่เลียลงไปจนถึงขาอ่อนแล้วกดจูบแผ่วเบา
มือหนาเกี่ยวขอบอันเดอร์แวร์ของผมออกไปกองไว้ที่ปลายเท้า
“ฮึก!” ผมพยายามกดเสียงร้องของตัวเอง
รู้สึกว่าร่างกายกำลังสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงส่วนแข็งขืนของคนที่คร่อมร่างผมจ่ออยู่ตรงช่องทางด้านหลัง
เขาค่อยๆ ดันแทรกแก่นกายใหญ่นั่นเข้ามาเบาๆ
“ฮึก! ยะ...อย่า” เสียงผมกลืนหายเข้าไปในลำคอ ดวงตาเบิกโพลงเพราะความเจ็บเสียด
ร้าวมาจนถึงกระดูกสันหลัง
ผมกำมือตัวเองแน่นจนรู้สึกเจ็บจากเล็กที่จิกลงบนฝ่ามือตัวเอง
“อ่า!” เขาไม่ฟังเสียงร้องห้ามของผม ร่างสูงหลุดครางเสียง
เชิดหน้าขึ้นเมื่อเขาแทรกกายตัวเองเข้ามาจนสุด ร่างกายผมเกร็งโดยอัตโนมัติ
ความรู้สึกแรกที่ถูกสัมผัส เจ็บแปลบปวดร้าวไปทั้งตัว
ร่างสูงค่อยๆ
ถอดถอนแก่นกายของเขาออกแล้วแทรกเข้ามาอีกครั้ง
เชื่องช้าและเนิบนาบอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง ผมกัดปากตัวเองแน่น น้ำตาเริ่มรินไหลออกจากหางตา
ดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาจ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้าที่กำลังมีความสุขอยู่กับร่างกายผม
“ฮึก! อ่ะ” และเสียงของผมก็หลุดลอดออกมาอีกครั้ง
ร่างสูงยกขาผมขึ้นพาดเอวหนานั้นแล้วก้มลงมองผม สายตาคมหวานฉ่ำ เรียวปากยกยิ้มร้าย
“อยากร้อง
ก็ร้องเถอะ” เขาว่า ผมสะบัดหน้าหลบสายตาที่มองผมด้วยความสมเพช
“หึหึ”
เขาหัวเราะในลำคอ
แล้วเริ่มกระแทกแก่นกายใหญ่นั่นอีกแต่คราวนี้มันไม่ได้อ่อนโยนเอาเสียเลย
ร่างสูงถอนแก่นกายร้อนออกแล้วกระแทกหาร่างกายผมรุนแรง
“อ่ะ! อ๊า ฮึก” ผมร้องเสียงหลง ผมเจ็บ เจ็บมากๆ เพราะนี่มันคือครั้งแรก
รู้สึกเหมือนตัวเองจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จิกเล็บลงบนผ้าปูที่นอนอย่างหาที่พึ่ง
มือหนายกขาผมขึ้นพาดบนบ่ากว้างแล้วกระแทกร่างถาโถมเข้าหาผมทั้งเร็วและรุนแรง
“อ่า! คุณนี่มัน” ร่างสูงครางเสียงทุ้ม พูดด้วยเสียงที่แหบพร่า
“อ่ะ
อื้อ! อ๊า” ผมหลุดครางอีกครั้ง ปากหยักก้มลงบดจูบผมแรงๆ ขบกัดย้ำๆ
ที่กลีบปากล่าง พร้อมกระแทกกายเข้ามาอีกสองสามครั้ง
ก่อนที่เขาจะหยุดและกดสะโพกดันเข้าหาตัวผมค้างเอาไว้
“อื้มมมม!” เสียงทุ้มต่ำครางออกมา ทิ้งตัวซบลงบนไหล่ผมอย่างหมดแรง
ผมรู้สึกได้ถึงของเหลวที่กำลังไหลออกมาจากช่องทางด้านหลังของตัวเอง
น้ำตามากมายกำลังรินไหล ผมพยายามกดเสียงสะอื้นให้มากที่สุด ร่างกายผมกำลังสั่น
“ฮื้อออ!” เสียงถอนหายใจยาวๆ จากคนที่นอนทับอยู่บนร่างผมดังขึ้นมา เขาค่อยๆ
ดันตัวเองออก แล้วลืมตาขึ้นมองหน้าผม
ผมหลบสายตาคู่นั้นแล้วหยุดร้องไห้พยายามทำให้ตัวเข้มแข็งอีกครั้ง
ตอนนี้อาการมึนเมาที่มีอยู่ในตอนแรกหายไปหมด
“ออกไปจากตัวฉัน”
ผมว่าเสียงเข้มแต่ไม่ยอมหันมามองหน้าคนตรงหน้า
“จะไล่ผมไปไหน
ผมยังไม่อิ่ม” ร่างสูงตรงหน้าว่า ผมหันมองหน้าเขาแล้วขมวดคิ้ว
คนตรงหน้ายิ้มเลวให้ผมก่อนที่จะจัดการกับเรือนร่างของผมอีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าครั้งแรกของผมถูกคนๆ
นี้ย่ำยีไปกี่ครั้ง แต่สิ่งที่ผมรู้อยู่อย่างเดียว คือ ความเจ็บเสียดไปร่างกาย
รวมถึงหัวใจของผมมันกระตุกวูบ สมองเบาโหวง รู้สึกเหมือนตัวเองถูกถอดวิญญาณ
เพราะความปากดีของตัวเองแท้ๆ
ผมถึงได้ตกเป็นทาสความรู้สึกของคนๆ นี้โดยที่ร่างกายขัดขืนไม่ได้
ถึงแม้หัวใจจะรู้ดีว่าไม่ควรยอม